เรื่องควรรู้ก่อนเตรียมตัวเป็น “พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์”

1. กำหนดงบ และเลือกสินค้าที่จะขาย

เช่น เรามีงบเท่าไหร่ ควรเลือกสินค้าจากที่ไหนมาขาย สิ่งที่จะมาหามาขายควรเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวของคนขายเองด้วย เพราะถ้าเราชอบอะไร เราจะทำมันออกมาดีที่สุด โดย “แหล่งสินค้า” ส่วนใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นิยมไปเสาะหาสินค้ามาขาย คือ

ตลาดโรงเกลือ : เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการขาย “สินค้ามือสอง” หรือ “ของสะสม” ที่นี่เป็นแหล่งค้าส่งสินค้ามือสองขนาดใหญ่ ที่ขายในราคาถูก

ตลาดโบ๊เบ๊/สำเพ็ง/ประตูน้ำ : เป็นแหล่งค้าส่งในไทย ที่แม่ค้าหาซื้อของได้ในราคาถูก เหมาะกับผู้ที่ต้องการขายสินค้ามือหนึ่งจำพวกเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ของกิ๊บช็อป เป็นต้น

OTOPToday : อีกหนึ่งแหล่งสินค้าที่ซื้อไปขายต่อทำกำไรได้ดี คือ สินค้าโอท็อป เหมาะกับแม่ค้ามือใหม่ที่อยากขายของแฮนด์เมด, สินค้าสุขภาพ, สมุนไพรอาหารเสริม

 

2. ช่องทางการขายสินค้า เลือกให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์มีหลากหลาย เช่น ขายบนเว็บไซต์ ที่เปิดใหม่ขึ้นเอง ซึ่งแม้จะต้องลงทุนเพื่อทำเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ก็มีข้อดี คือ สามารถบริหารจัดการหน้าร้าน การแสดงผล รวมถึงฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถขายผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง e-Marketplace เช่น Shopee, Lazada ก็สะดวกง่ายดาย หรือจะขายผ่าน Social Commerce เช่น Facebook, IG, Line

ส่วนจะเลือกขายผ่านช่องทางไหนนั้น ก็ต้องศึกษาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเข้าถึงของลูกค้า เพื่อที่จะได้เลือกช่องทางการขายได้ตรงกับการใช้งานกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

 

3. ทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย

แม่ค้ามือใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ “การตลาดออนไลน์” หรือการโปรโมทร้านค้าผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Twitter, Instagram, Line หรือ YouTube เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการขายและการตลาด

     

4. บริหารจัดการ “เวลา” ตอบลูกค้ายิ่งเร็วยิ่งดี 

เนื่องจากการขายออนไลน์จะมีการซื้อ-ขายกันตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ค้าออนไลน์ยังสามารถใช้เทคโนโลยี “แชทบอท” (Chatbot) ซึ่งเป็นโปรแกรมสื่อสารข้อความอัตโนมัติใน แจ้งข้อมูลเบื้องต้น เช่น ราคาและรายละเอียดสินค้า ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ลูกค้าโดยไม่ต้องมาคอยเฝ้าแชทแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการตอบสนองไม่ต้องรอนานอีกด้วย

     

5. ช่องทางการชำระเงิน ต้องให้ลูกค้าสะดวกที่สุด

ผู้ค้าควรจัดเตรียมช่องทางการชำระเงินให้มีความหลากหลาย เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้าเวลาชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินปลายทาง, การโอนจ่ายเงินผ่าน e-Banking, การจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต, จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, จ่ายผ่านบัญชีออนไลน์อื่น